Thursday, February 5, 2009

VDO พาเที่ยวจัตุรัสภูมิพลสแควร์ อนุสรณ์สถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



หลังจากที่ว่าที่ ประธานาธิบดีโอบามา สาบานตนรับตำแหน่ง 1 วัน ผมได้เข้าไปที่ จัตุรัสภูมิพล สแควร์ อีกครั้ง
เป็นการนำเที่ยวผ่านกล้องวีดีโอ เพื่อให้เห็นบรรยากาศของสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งถ้าหาก คนไทยทุกคนได้เดินทางมาที่ รัฐนี้ อยากให้เดินทางมาถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สถานที่แห่งนี้เมืองเคมบริส แห่งรัฐแมสซาชูเสส ร่วมกับมูลนิธิ The King of Thailand Birthplace Foundation (KTBF) ได้สร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสูติ ณ เมือง เคมบริดส์ ทุกท่านหลังจากที่ชมวีดีโอแล้วสามารถเข้าชม รายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailink.com/ktbf

หมายเหตุ จัตรัสแห่งนี้อยู่ห่างจาก มหาวิทยาลัยฮาร์ดวาร์ดไม่กี่ร้อยเมตร และ อยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาล เมาท์ ออเบริ์น สถานที่ประสูตรไม่ไกลมากนักครับ

Tuesday, February 3, 2009

วิธีการแก้ไขปัญหา Hi5 (อินเทอร์เน็ต) แบบอเมริกันชน

ช่วงนี้ข่าว Hi5 บ้านเรามีแต่ข่าวร้าย ๆ ออกมาทั้งนั้นที่เป็นข่าวด้านลบเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต
ไม่มีข่าวด้านดี ๆ บ้างเลยนะครับ ความจริงแล้วอินเทอร์เน็ตนี่ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างในด้านดี ๆ
แต่สื่อมวลชนไทย และ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของไทยทั้งรัฐบาลและข้าราชการประจำ หรือบริษัทเอกชน
ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่หรือยักษ์เล็ก ก็ตามไม่ได้ช่วยกันเสนอด้านดี ๆ
เสนอแต่ด้านร้าย ๆ และทางลบ แล้วประเทศไทยเราจะไปพัฒนาได้อย่างไรครับ


Social Networking เป็นธรรมชาติอยู่แล้วที่ทุกคนจะแสดงความเห็นได้
ได้ฟังเรื่องเก่าเล่าใหม่จากนักการเมืองและข้าราชการประจำก็รู้สึกเบื่อ ๆ อีกแล้วครับ
เมืองไทยใช้ Hi5 เมืองนอกใช้ Facebook กัน

ผมเองเป็นสื่อสารมวลชนตั้งแต่อายุ กลาง ๆ 20 จนกระทั่งตอนนี้อายุจะขึ้นเลย 4 แล้วก็เห็นแต่ข่าวร้ายซ้ำ ๆ
ทั้งยังมีพวกหน่วยงานข้าราชการที่ใช้แต่น้ำลายอย่างเดียวไม่ค่อยเสนอเรื่องการแก้ปัญหา เอาแต่ติแต่ด่าอย่างเดียว ซึ่งใครก็ทำได้ เปลืองภาษีอากรเปล่า ๆ


เว็บไซค์ตัวอย่างร้านที่ให้บริการเด็กกินฟรี http://www.kidmealdeals.com/

วันก่อนผมนั่งดู สถานีโทรทัศน์ Foxnews ตอนเช้าที่อเมริกา ดูแล้วสร้างสรรค์ดี อย่าหาว่าชมฝรั่งอย่างเดียวนะครับ เขาทำอย่างไร เขาบอกว่าในช่วงสภาวะเศรษฐกิจถดถอยอะไรประหยัดได้ก็ประหยัดเขาเสนอเว็บไซค์ เช่น ร้านอาหารที่เปิดโอกาสให้เด็กเข้าไปกินฟรีด้วยอย่างเช่นเว็บไซค์นี้ครับ
สื่อมวลชนบ้านเราเสนออย่างนี้บ้างซิครับ เอาอินเทอร์เน็ตมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง


กลับไปที่บ้านเรา hi5 ขายตัวบ้าง hi5 สูบกัญชาบ้าง ผมได้ยินข่าวอย่างนี้มา
ตลอดเวลาเป็น 10 ปี แล้วเบื่อครับ ทำนายว่าและยังมีอีกต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอะไร
ประเด็นแรกเราต้องยอมรับเรื่องของโลกาภิวัฒน์ ว่าสิ่งเหล่านี้
มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตถ้าคนไทยไม่ทำคนอื่นคนอื่นโลกก็ทำ อย่างเช่นเว็บไซค์ ฆ่าตัวตาย หรือ เว็บไซค์สอนทำระเบิด เว็บไซค์ โป๊ สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้วและก็เป็นเรื่องเดิม ๆ
หรือว่าข้าราชการเรานั่งดูแต่เว็บไซค์เหล่านี้ไม่ดูของดี ๆ บ้าง เลยไม่รู้ว่าโลกที่เขาเจริญและใช้อินเทอร์เน็ต
ในการพัฒนาธุรกิจและบ้านเมืองเขาทำกันอย่างไร


ประเด็นที่สอง สิทธิและเสรีภาพในการพูดการคิดและการแสดงออก ประเด็นนี้ต้องยอมรับกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าฝ่ายใดถูกและฝ่ายใดผิด ขึ้นอยู่กับขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณี
ในอเมริกันอนญาตให้มีการซื้อปืนและครอบครองปืนในบ้านได้ ถ้าเป็นประเทศไทยเราได้หรือไม่
หรือแม้แต่เว็บไซค์ www.whitehouse.com ครั้งหนึ่งผมเคยคลิ๊กเข้าไปเป็นเว็บไซค์โป๊
แต่ถ้าเข้าไปที่ www.whitehouse.gov ก็เป็นเว็บไซค์ของทำเนียบข่าวของประธานาธิบดีสหรัฐ
หรือแม้แต่ เครื่องหมายของ โรงเรียนบริหารธุรกิจ Harvard ก็เอามาทำเป็นถุงเท้า
ถ้าหากเป็นเมืองไทยคงทำไม่ได้ สำหรับผมเองก็ไม่เห็นด้วยถ้าจะเอาตราสถาบันมาทำเป็นถุงเท้า แต่ที่อเมริกาไม่เป็นไร


ชื่อมหาวิทยาลัยบนถุงเท้า Harvard Business School

ประเด็น ที่ สาม ข่าวด้านลบของอินเทอร์เน็ต พวกนักการเมือง และ ข้าราชการประจำชอบ
เวลาเสนอข่าวแล้วดูดีมีผลงาน ไล่ตั้งแต่ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ , ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ,
ตอนนี้เปลี่ยนปลัดกระทรวงศึกษาคนใหม่แล้วก็ยังพูดเรื่องแบบเดิม ๆ อยู่ ไปกับที่
ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก็แบบเดิม ๆ อีก ไม่เห็นมีอะไรพัฒนา มาก
สไตล์การให้สัมภาษณ์ก็แบบเดิม ๆ ไม่ได้นำเสนออะไรให้มากหรือแนวทางแก้ไขให้กับผู้ปกครอง
ยิ่งให้ข่าวมากภาพของอินเทอร์เน็ตยิ่งติดลบมาขึ้น ไม่ได้บอกด้านดี ๆ เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยได้ใช้
อาจใช้แค่รับส่งอีเมล หรือ หนักกว่านั้น อาจจะใช้คอมพิวเตอร์ไม่คล่อง เรียกว่าไม่ได้ปรับตัวไปตามโลกหรือโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปลง ยิ่งศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมนี้ ยิ่งหนักเลยครับ เข้าไปดูในเว็บไซค์ เห็นมีอยู่หน้าเดียวไม่เห็นมีอะไรพัฒนาเลย และไม่ได้นำเสนออะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้


เว็บไซค์ ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ลอง เปรียบเทียบกับ หน่วยงานตอนท้ายของ Harvard Law School นะครับ นั่นแค่หน่วยงานเดียวเท่านั้นดีกว่ากระทรวงวัฒนธรรมของไทยซึ่งใหญ่คับประเทศ


ผมขอเล่าวิธีการเสนอแก้ไขปัญหาของนักวิชาการอเมริกัน ตัวอย่างให้ฟังนิดนึงครับ วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ผมชอบเขียนแบบพุทธศักราชเพราะเป็นคนไทย ที่ โรงเรียนกฏหมายฮาร์วาร์ด หรือ Harvard Law School มีการจัดสัมมนาเรื่อง Enhancing Child Safety and Online Technologies แปลเป็นไทยว่า เพิ่มความปลอดภัยของเยาวชนบนอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีออไนลน์ ดูได้จากลิงค์ครับ

http://cyber.law.harvard.edu/events/luncheon/2009/02/isttf

John G. Palfrey เป็นอาจารย์สอนกฏหมายและ เป็นผู้แต่งหนังสือ Born Digital พร้อมกับทีมงาน
นักวิชาการและนักธุรกิจ ได้เสนอทางออกของปัญหาอย่างเป็นระบบและยอมรับต่อโลกาภิวัฒน์ที่เกิดขึ้น เขาได้ใช้ชื่อนยุคใหม่เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ให้กับเด็ก ๆ ที่เกิดมาเจอโลกของอินเทอร์เน็ตและช่วยให้พ่อแม่ได้เข้าใจถึงปัญหาต่าง ๆ
ซึ่งไม่ใช่ ด่า ๆ ๆ แล้วก็ด่า และก็โยนให้กระทรวงนั้น ๆ กระทรวงนี้แก้ไข
ต้องสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคนในสังคม และให้เนื้อหาไว้บนอินเทอร์เน็ต


ผมขอเสนอความเห็นส่วนตัวบ้างครับ เราต้องสร้าง content ดี ๆ
ร่วมมือกับสื่อสารมวลชน เข้าไปคลุกคลีใน Hi5 หากิจกรรมดี ๆ ให้เหมาะสมกับเด็ก ๆ หรือเรื่องที่วัยรุ่นเขาสนใจทำกัน สิ่งประดิษฐ์บ้าง แฟนคลับ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์

สร้างกิจกรรมมีรางวัล เด็กไทยและวัยรุ่นใช้อินเทอร์เน็ตกันเยอะ ๆ
รัฐมนตรีลองเข้าไปดูเด็กไทยหัดขับเครื่องบิน Airbus โบอิ้งกันบ้างซิครับ
แนะนำให้เข้าไปดูใน www.thaiflight.com , วิชาการดอทคอม , youtube มีเยอะแยะที่นำเสนอ
เรียนภาษาอังกฤษ,ฝรั่งเศส ,จีน ใครทำคะแนนได้ดีส่งไปเรียนสัก 3 เดือนดีไหมครบ
หรือส่งมาเรียนที่ Harvard , MIT ก็ได้ผมอยากจะมีเงินเยอะ จริงๆ ทำแค่นี้ทำอย่างก็จะดีขึ้น
ไม่ต้องออกมาด่าตำหนิ หมดสมัยแล้วครับ นักวิชาการในบ้านเรา เขาก็ไม่มีโอกาสในการเสนอ เพราะพูดเรื่องดี ๆ ก็ไม่ค่อยมีใครฟัง สำหรับนักการเมืองและข้าราชการ แล้วสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนไปที่ประชาชนนะครับ หยุดให้ข่าวอย่างนี้ซะทีนะครับ ขอร้อง
มีเรื่องดี ๆ เยอะแยะเต็มไปหมด

- ไปดู facebook กลุ่มต่างๆ
- ไปดู youtube เรื่องดี ๆ
- ไปดู itunes university มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเขาให้เรียนฟรีกันครับ
- กระตุ้นมหาวิทยาลัย โรงเรียน สร้างสรรค์เรื่องดี ๆ บนเน็ต
- ร่วมมือกับ sanook , kapook , MSN หรืออะไรก็ตามมีเยอะแยะ
- ร่วมมือกับทาง HI5 ดูบ้างซิครับ
- ลองไปสัมภาษณ์ครูบาอาจารย์ในโรงเรียนต่าง ๆ ของประเทศไทยเราที่ได้ติดต่อสื่อสารกับลูกศิษย์หรือเพื่อนฝูงที่อยู่ต่างประเทศได้ติดต่อสื่อสารกัน


เว็บไซค์หนังสือ Born Digital


ไปอ่านเล่มนี้ดูนะครับ
http://www.borndigitalbook.com

จะได้ทันกับโลกบ้างอย่าเอาแต่ด่าอย่างเดียว
วิธีเสนอปัญหาทำอย่างนี้ อย่าใช้แต่น้ำลาย
เหมือนนักจัดรายการวิทยุแบบผม แต่ผมก็เสนอทางออกให้ด้วยแล้ว ดีไม่ดี ท่านก็ลองไปดูแล้วกันครับ :)

หรือเทคนิคการแก้ปัญหาแบบฝรั่งไม่ใช่ไทย ๆ ที่เอาแต่ด่าและน้ำลาย

http://www.borndigitalbook.com/resources.php

วันหลังมาว่ากันด้วยเรื่องเกมส์ออนไลน์กันครับ

หรือไปหาอ่านฉบับขาด ๆ หวิ่น ๆ ใน google book บ้างก็ได้นะครับ



การใช้ Facebook ซึ่งเป็น ระบบ Social Networking เหมือนกับ HI 5
ลองดูว่าเขาใช้วิธีการแก้ปัญหานะครับ

Monday, January 26, 2009

นำเที่ยว Harvard Business ตอนที่ 2



Harvard Business School หรือ HBS เริ่มสอนมาตั้งแต่ปี 1908ครับ
เมื่อปี 2008 ครบร้อย 100ปี ที่ผ่านมา
http://www.hbs.edu/centennial/
ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนบริหารธุรกิจอันดับต้น ๆ ของโลก
ตอนแรกผมเข้าใจว่า HBS เป็นโรงเรียนบริหารธุรกิจที่แรกของโลก
แต่ว่ามีโรงเรียน MBA ในสหรัฐฯ ที่ก่อนตั้งมาก่อน
คือ Wharton Business School โดยก่อตั้งในปี 1885
ตั้งอยู่ที่ Philadelphia ในรัฐเพนซิวาเนีย
ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมแล้วเช่นกันครับ

ที่สอนวิชาบริหารธุรกิจ หรือ MBA และได้รับความนิยมอย่างมาก
ผมก็ได้แค่ไปเดินชมครับ ถ้าว่าอยากเรียนไหม ตอนนี้พอเริ่มแกความสนใจในชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว
แต่จะไปสนทนากับครูอาจารย์และนักศึกษา
เขาเปิดให้เราสามารถเข้าไปนั่งเรียนฟรี มีนักศึกษาพาทัวร์รอบ ๆ สถาบัน
มีการให้ข้อมูลด้านการเรียน มีผู้คนจากทั่วโลกมาที่นี่เกือบทุกวันเพื่อมาหาที่เรียน
เหมือนที่ผมได้ถ่ายวีดีโอให้กับทุกท่านได้ชมกัน

ในรายละเอียดของวีดีโอใน youtube ก็คือ
นักศึกษาพาเดินสำรวจตึก Spangler เป็นตึกที่นักศึกษา HBS ส่วนใหญ่อยู่กันที่นี่
จะเป็นที่อ่านหนังสือ,ทานอาหาร,ทำงานร่วมกัน
เขาจะพาเดินดูรอบ ๆ พาเดินลงชั้นใต้ดินเป็นที่รับหนังสือและกรณีศึกษา
,ร้านขายของที่ระลึก ในตึกนี้สามารถเดินทะลุชึ้นใต้ดินไปอีกตึกหนึ่งที่เป็นอีกอาคารเรียน
แล้วเดินทะลุออกมา ลองเดินเที่ยวตามกันมาครับ

ผมเชื่อว่าทุกท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศเหมือนได้ไปชมเองเลยครับ


บริเวณหลังตึกห้องสมุด




หน้าร้านขายหนังสือและของที่ระลึก


เสื้อกีฬาและชุดวอร์ม ไม่ถูกนะครับ ซื้อไม่ลงเลยแม้อยากได้

เสื้อผ้าของเด็ก ๆ ก็มีเตรียมตัวเรียน HBS


หมวกและเสื้อขายเป็นชุด

ฝรั่งไม่ค่อยถือกันครับ สัญญลักษณ์ โรงเรียนยังเอามาทำเป็นถุงเท้า


อันนี้ก็น่ารักชุดหมีสำหรับเด็กทารก


นี่ก็ถุงเท้าครับ รองเท้าแตะก็มีนะครับ

ใครว่า นักเรียน HBS ไฮโซ แบบนักศึกษา MBA ไทย ปั่นจักรยานก็เยอะครับ

ขอบคุณมากครับที่มาเยี่ยมชม blog